"Christmas Truce" พักสงครามมาเตะฟุตบอลในช่วงคริสมาสตร์กันเถอะ

"Christmas Truce" หรือการพักรบในช่วงคริสมาสตร์


เมื่อเดือนก่อน มีคนถามถึงสงครามโลกครั้งที่ 1 (World War I) ที่มีการหยุดทำสงครามชั่วคราวแล้วมาเตะบอลกัน ก็เลยลองไปหาข้อมูลมา อ้อ...มันเป็นเหตุการณ์ "Christmas Truce" นี่เอง

โดยเหตุการณ์การนี้เกินขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับคำว่า "Truce" หรือ"การสงบศึกชั่วคราว"ก่อน (ยังมีอีกคำที่น่าสนใจคือ ceasefire ซึ่งหมายความว่าการหยุดยิง)

การสงบศึกชั่วคราวหรือการพักรบในสงครามหรือความขัดแย้งต่างๆที่ใช้กำลัง อาวุธในการตอบโต้กัน โดยการสงบศึกหรือการพักรบชั่วคราวนั้นจำเป็นจะต้องได้รับความเห็นชอบทั้งสองฝ่ายหรือทุกฝ่ายที่เป็นคู่สงครามหรือคู่กรณีกัน จะรบกันสามฝ่าย สีฝ่ายหรือห้าฝ่ายก็ตามจำเป็นจะต้องมีข้อตกลงร่วมกัน โดยสามารถส่งเป็นเอกสารทางการหรือไม่เป็นทางการก็ได้ แต่จะต้องทำให้เป็นที่รับรู้และรับทราบโดยทั่วกัน

กลับมาที่ "Christmas Truce" อีกที เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2457( 24/12/1914) โดยเป็นการประกาศพักรบกันชั่วคราว อันประกอบด้วยประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมัน และประเทศอังกฤษ สาเหตุในการพักรบชั่วคราวนั้น เกิดจากที่ทั้งสามฝ่ายต้องการฉลองเทศกาลคริสต์มาสอีฟนั่นเอง แต่กระนั้นการประกาศพักรบในครั้งนี้ต้องถือว่าเป็นการประกาศอย่างไม่เป็นทางการ เพราะไม่ได้ทำหนังสือลงนามทั้งสามฝ่าย

แต่เราจะพูดในส่วนของทางเยอรมันและทางอังอังกฤษเท่านั้น โดยเหตุการณ์เริ่มจากการที่ทหารเยอรมันและอังกฤษจำนวนกว่า 100,000 นาย ที่รบกันในทางฝั่งตะวันตก ได้ต้องการเลี้ยงฉลองคริสตร์มาสอีฟ ทางทหารของเยอรมันได้เริ่มเป็นฝ่ายเจรจาหยุดยิงก่อน โดยได้เชื้อเชิญทหารอังกฤษว่า "ตอนนี้ไม่มีนักรบแล้ว ทำไมเราไม่หยุดรบกันซักพักนึงก่อน แล้วเอาเวลาไปฉลองคริสต์มาสกัน" ทางฝั่งทหารอังกฤษยังไม่ค่อยเข้าใจที่ทางทหารฝั่งเยอรมันสื่อสารมาเท่าไหร่ แต่ก็พอเข้าใจสถานการณ์อยู่บ้าง จึ่งตะโกนกลับไปว่า "ถ้าฝั่งคุณหยุดยิง ฝั่งเราก็จะไม่โต้ตอบ" โชคดีที่ทางฝั่งเยอรมัน มีคนพอจะเข้าใจภาษาอังกฤษอบยู่บ้าง เนื่องจากว่าเคยเข้ามาทำงานในอังกฤษมาก่อน เมื่อทั้งสองฝั่งเข้าใจตรงกัน สงครามในช่วงนั้นจึงถูกพักไว้เป็นการชั่วคราว

ซึ่งพื้นที่ในการหยุดรบกันนั้นมีเรียกว่า "No Man's Land" และพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ที่ใช้เลี้ยงฉลองกันทั้งสองฝ่าย โดยมีเหล้ายาปลาปิ้งพร้อมสรรพเลยทีเดียว กล่าวคือ "No Man's Land" จะเป็นพื้นที่ที่ทุกฝ่ายสามารถเข้ามาใช้สอยได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตามทั้งฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษหรือแม้แต่พวกพันธมิตรต่างๆ และจะไม่มีการสู้รบกันอย่างเด็ดขาดและเป็นข้อตกลงสากลโลก โดยการเตะฟุตบอลในช่วง "Christmas Truce" ก็เกิดขึ้นในเขต "No Man's Land" นี่เอง

และเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่มีการเล่นฟุตบอลในขณะนั้น ต้องพูดถึงพลทหาร Bertie Felstead สังกัด Royal Welch Fusiliers ผู้เป็นผู้เอื้อนเอ่ยวาทะหนึ่งในการเล่นฟุตบอลครั้งนั้น "มันไม่ใช่การแข่งขัน ในตอนนั้นมันมากกว่าการตบตีและมีปากมีเสียงกัน เรามีคนอีก 50 คนในแต่ละฝั่ง ผมเล่นเพราะว่าผมรักฟุตบอลจริงๆ ผมไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกนานเท่าไหร่ อาจจะเพียงแค่ 1 ชั่วโมงครึ่ง "

"เฟลส์สตีด"เสียชีวิตเมื่อ 22 กรกฎาคม 2001 ด้วยวัย 106 ปี ซึ่งเชื่อกันว่าเขาเป็นคนสุดท้ายที่อยู่รอดหลังจากเหตุการณ์พักรบในครั้งนั้น

นับว่าฟุตบอลก็เป็นกีฬาที่นิยมในระดับสากลเป็นอยากมากทีเดียว เนื่องจากการทำสงครามกันในสมัยก่อน ยังมีกระจิตกระใจมาเตะฟุตบอลกันอีก ไอ้แค่ลำพังจะไปฉลองคริสต์มาสก็แทบไม่มีอารมณ์แล้ว และจะว่าไปเหตุการณ์นี้ทางฝั่งทหารเยอรมันดูจะมีบทบาทในการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งนี้มากที่สุด


คลิป "Christmas Truce Football Match"

0 comments

Post a Comment

โพสท์ล่าสุด

คอเพลง

  • Cynic - The Portal Tapes - 1. Endless Endeavors 2. Karma’s Plight 3. Circle 4. Costumed in Grace 5. Cosmos 6. Crawl Above 7. Mirror Child 8. Road to You 9. Belong 10. Not the Same ห...
  • Beautiful smell,,, It's a time for female - กลับมาอีกครั้งครับ entry นี้มาแบบง่ายๆเพราะเป็นอะไรที่เคยพูดถึงไปแล้ว ใช่แล้วครับผมกลับมาพูดถึง Doku Jeans อีกครั้ง แต่กลับมากับตัวใหม่ที่เป็นของสุภาพสตรี ...
  • Avenged Sevenfold ได้มือกลองคนใหม่แล้ว!!! - ข่าวใหม่ล่ามาแรงครับ... ในที่สุด Avenged Sevenfold ก็ได้ประกาศชื่อของตำแหน่งมือกลองคนใหม่ที่จะมาตีให้วงในการทัวร์แล้ว... คนๆนั้นคือ Arin Ilejay อดีตสม...
  • YouTube: Amsterdam Acoustics - Erlend Øye : Mrs. Cold / Ask (The Smiths) - My Favorite VIDEO!! Erlend Øye นายเจ๋งมากๆ
  • จ๊ะเอ๋.. - เช้าวันหนึ่ง.. ผมเอามือปิดตาแล้วเล่นจ๊ะเอ๋ กับหลาน หลานหัวเราะ ชอบอกชอบใจ ยิ่งเล่น ยิ่งหัวเราะ เช้าวันสอง.. ผมเอามือปิดตาแล้วเล่นจ๊ะเอ๋ กับพี่ พี่หัวเ...